โครงการ “รักน้ำ”

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทยมุ่งมั่นผสานความยั่งยืนในทุกสิ่งที่ทำ มุ่งสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมร่วมกับหน่วยงานและองค์กรพันธมิตร ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เรียกว่าสามเหลี่ยมแห่งความร่วมมือสู่ความยั่งยืน โดยเราเชื่อว่าการทำงานที่เกิดจากความร่วมมือย่อมก่อให้เกิดความยั่งยืนแก่ทุกฝ่าย

หนึ่งในประเด็นที่โคคา-โคลา ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนแก่ธรรมชาติ คือเรื่องของ “น้ำ” เราตระหนักดีว่าน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญของชีวิตและความยั่งยืนของชุมชน และทรัพยากรน้ำก็เป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดของธุรกิจของเรา โคคา-โคลาจึงมีเป้าหมายระดับโลก ในการคืนน้ำสู่ชุมชนและธรรมชาติอย่างปลอดภัยในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มภายในปี 2563 ซึ่งเรียกว่า “การคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติ” กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย มีกรอบการทำงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำดังนี้

Reduce หรือลดการใช้น้ำ

โคคา-โคลาเชื่อว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจำเป็นต้องเริ่มที่การบริหารจัดการน้ำที่เกี่ยวข้องและใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มที่โรงงานทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศอย่างเหมาะสม โคคา-โคลาตั้งเป้าปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำร้อยละ 25 ภายปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2553

Recycle หรือนำน้ำกลับมาใช้

โคคา-โคลามีเป้าหมายนำน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มคืนสู่ธรรมชาติผ่านการบำบัดน้ำที่ใช้แล้วอย่างเข้มงวด จนได้น้ำสะอาดในระดับที่สัตว์น้ำสามารถอาศัยอยู่ได้ อีกทั้งนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ในกระบวนการอื่นๆ นอกเหนือจากการผลิต อาทิ รดน้ำต้นไม้ ล้างพื้นและรถขนส่งเป็นต้น ซึ่งกระบวนการนำน้ำกลับมาใช้นี้ เป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมณน้ำดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิต ดังกล่าวไปแล้วในเรื่อง Reduce จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

Replenish หรือคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติ

โคคา-โคลาทำงานร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่างใกล้ชิดเพื่อทำโครงการด้านการจัดการน้ำในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเน้นพื้นที่ที่เป็นแหล่งเติมน้ำของแหล่งน้ำวัตถุดิบของโรงงาน สำหรับในประเทศไทย โคคา-โคลา ดำเนินโครงการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนภายใต้ โครงการ “รักน้ำ” ที่ครอบคลุมใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดการด้านประสิทธิภาพของโรงงาน อันเป็นกิจกรรมภายใน และ 2. การอนุรักษ์แหล่งน้ำ 3. การจัดการน้ำชุมชน และ 4. การสร้างจิตสำนึกและสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์น้ำ อันเป็นกิจกรรมภายนอกร่วมกับชุมชน

โครงการ “รักน้ำ”

เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 ดำเนินการโดยมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และชุมชนต่างๆ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึก สร้างองค์ความรู้ อันนำไปสู่การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากเป้าหมายคืนน้ำสู่ชุมชนแล้ว ยังสอดคล้องกับแนวคิดการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย

โดยโครงการ “รักน้ำ” มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้...

ขยายผลความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรเพื่อช่วยวางแผนการดำเนินการในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดยเน้นให้ชาวบ้านได้วิเคราะห์ปัญหาน้ำในชุมชนด้วยตนเอง และร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ตั้งแต่ต้นจนจบ

ขยายผลความสำเร็จของโครงการให้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ

มอบเงินสนับสนุนในการดำเนินงาน โคคา-โคลา ได้มอบเงินสนับสนุนแก่ องค์กรไม่แสวงผลกำไรและชุมชนเพื่อใช้ในการจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการปลูกจิตสำนึกให้กับประชาชนทั่วไปให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำชุมชน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นกว่า 160 ล้านบาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550

การดำเนินงานของโครงการ “รักน้ำ” ครอบคลุมพื้นที่ที่โคคา-โคลาใช้น้ำในการผลิตเครื่องดื่ม โดยมีพื้นที่ดำเนินงาน ทั้งหมด 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง นครสวรรค์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สงขลา ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และปทุมธานี

ชุมชนบ้านโนนข่า

“ชุมชนบ้านโนนข่า” ตำบลวังแสง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการบริโภคในครัวเรือน  และสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อการอยู่อาศัย แต่ปัจจุบัน สามารถพลิกฟื้นความแห้งแล้งสู่ความอุดมสมบูรณ์ ภายใต้ โครงการ “รักน้ำ”

มูลนิธิ โคคา-โคลา ประเทศไทย ภายใต้โครงการ “รักน้ำ” และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เข้ามาให้ความช่วยเหลือวางระบบประปาแสงอาทิตย์เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้แก่ชุมชนบ้านโนนข่า รวมถึงผนึกกำลังในการสร้างองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้ดำเนินการในปี พ.ศ. 2557

ชาวบ้านบ้านโนนข่ามีน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตร ระบบประปาพลังแสงอาทิตย์ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าเดือนละ 3,000 บาท รายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาพื้นดินรกร้างให้เป็นแปลงปลูกผัก เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรและร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “ครัวชุมชน” ประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงนำความชุ่มชื้นกลับสู่ชุมชนแห้งแล้งเท่านั้น ยังทำให้ชาวบ้านตระหนักถึงคุณค่าของการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน และเกิดความสามัคคี นอกจากนี้ระบบประปาแสงอาทิตย์ยังได้ต่อยอดไปยังอีก 2 หมู่บ้านข้างเคียงรวมกว่า 500 ครัวเรือนอีกด้วย

ปัจจุบัน โคคา-โคลา ประสบความสำเร็จในการคืนน้ำสู่ธรรมชาติเกินกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่มแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ โครงการ “รักน้ำ” สร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 1 ล้านคน.

น้ำทิพย์ คิดมาเพื่อโลก

น้ำดื่มน้ำทิพย์ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจโคลา-โคลา ในประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่าเป็นแบรนด์น้ำดื่มที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมจากการนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ Eco-Crush ที่ใช้พลาสติกน้อยลง และร่วมปลูกจิตสำนึกในการรีไซเคิลขวดเปล่า ในปีนี้น้ำดื่มน้ำทิพย์ร่วมสานต่อโครงการ “รักน้ำ” โดยเปิดตัวแคมเปญ “น้ำทิพย์ รักน้ำ”

ร่วมเผยแพร่โครงการ “รักน้ำ” ที่มุ่งมั่นใน “การคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติ” โดยการสื่อสารผ่านสื่อฉลากบนทุกขวดน้ำทิพย์ น้ำทิพย์ทุกขวดที่ดื่ม ร่วมคืนน้ำในปริมาณที่เท่ากันกลับสู่ชุมชน จากการดำเนินโครงการและให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ถึงวันนี้ โครงการ “รักน้ำ” ได้สร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมถึงกว่า 1 ล้านคน